3 อาหารช่วยผอมได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย

การมีรูปร่างที่สวย สุขภาพดี เป็นสิ่งที่หนุ่ม ๆ สาว ๆ หลายคนต้องการกันเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้เราดูดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นในในการสวมใส่เสื้อ หรือการใช้ชีวิตได้อีกด้วย ซึ่งต้องบอกก่อนว่า ในสมัยนี้การลดน้ำหนัก หรือทำให้ตนเองผอมนั้น สามารถทำได้หลากหลายวิธีที่แตกต่างกันออกไป

ซึ่งแต่ละคนนั้นก็จะมีวิธีการควบคุมน้ำหนักที่แตกต่างกันออกไป แต่วิธีที่สามารถช่วยได้ และเห็นผลได้ง่าย ๆ

เครื่องช่วยฟังราคาเท่าไหร่   คือ การออกกำลังกายควบคู่ไปกับการเลือกรับประทานอาหาร เพราะเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย

เหมาะสมสำหรับทุกคน หรือคนที่ไม่ค่อยมีเวลา เพราะการที่เราจะพักผ่อนเพียงอย่างเดียว ก็ไม่ได้ช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายของเราให้ดียิ่งขึ้นได้ ฉะนั้น การออกกำลังกาย หรือการเลือกรับประทานอาหารจึงเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่หลายคนไม่ควรจะมองข้ามอย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหนุ่น ๆ สาว ๆ ส่วนใหญ่ อยากที่จะสร้างรูปร่าง และสุขภาพร่างกายให้ดียิ่งขึ้น แต่สำหรับบางคนก็อาจจะไม่ได้มีเวลาไปออกกำลังกาย

ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำอาหารที่สามารถทำให้เราผอมได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งการออกกำลังกาย ซึ่งก็เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบออกกำลังกาย หรือคนที่ไม่มีเวลาด้วย จะมีอาหารประเภทไหนบ้างไปดูกันเลย 

บ๊วยดอง

รู้หรือไม่ว่าบ๊วยดอง เป็นหนึ่งในอาหารชั้นยอดสำหรับคนที่อยากผอมมาก ๆ ยิ่งถ้าได้ผ่านความร้อนมา จะทำให้อาหารชนิดนี้สร้างสารที่ชื่อว่า สารกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ซึ่งจะสามารถช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินภายในร่างกายได้ ทำให้คนที่อยู่ในช่วงของการลดน้ำหนัก สามารถเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นอาหารที่เราสามารถหาทานได้ง่าย ยิ่งทานบ่อย ๆ ก็จะยิ่งทำให้เราผอมได้ง่ายนั่นเอง 

เกรปฟรุต

ถึงแม้ว่าอาหารชนิดนี้จะสามารถหาทานได้บาก และหลาย ๆ คนอาจจะไม่ค่อยได้รู้จัก แต่รู้หรือไม่ว่า เกรปฟรุต เป็นหนึ่งในอาหารที่เรียกว่า สามารถทำให้เราผอมได้ง่าย ๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายเลย เพราะหากเราทานเป็นประจำก็จะช่วยลดความอยากอาหารได้ ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายได้ดี อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานได้อีกด้วย 

ต้นอ่อนบล็อกโคลี

เป็นอีกหนึ่งอาหารที่เหมาะสำหรับสายไม่ชอบออกกำลังกาย แต่อยากผอม เพราะอาหารชนิดนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก เพราะมีหน้าที่คอยเสริมสร้างการทำงานของตับได้ ช่วยในการย่อยสลายน้ำตาลด้ ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดี นอกจากนี้บล็อกโคลียังมีส่วนช่วยในการชะลอความแก่ ช่วยต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ได้อีกด้วย หากทานเป็นประจำก็จะช่วยทำให้เราผอมได้เร็ว และง่ายอีกด้วย 

 

สุขภาพที่ดีควรจะเป็นอย่างไร

 

การมีสุขภาพร่างกายที่ดี และแข็งแรง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่เราไม่ควรจะปล่อยละเลย เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกายของเราทรุดโทรม หรือเกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นตามร่างกาย ยิ่งเมื่อเราอายุเนิ่มมากขึ้น ร่างกายก็จะยิ่งอ่อนแอ และเกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นได้ง่าย ฉะนั้น การดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้ดีอยู่เสมอ

จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เราไม่ควรจะมองข้ามไปอย่างเด็ดขาด เพื่อให้การดำเนินชีวิตของเราเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ เราก็ควรที่จะหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้ดี และแข็งแรงอยู่เสมอ

ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้ จะมีพฤติกรรมการทำร้ายสุขภาพร่างกายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นทั้ง ขาดการออกกำลังกาย เลือกรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ รวมไปถึงการอดนอนเป็นประจำ จนทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบอย่างหนัก

แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงไม่เข้าใจคำว่าสุขภาพดีควรที่จะเป็นอย่างไร ซึ่งวันนี้เราก็จะพาทุกคนไปดูกันว่า สุขภาพร่างกายที่ดีนั้น นอกจากความแข็งแรของร่างกายแล้ว จะมีอะไรบ้างที่หลายคนยังไม่รู้ ไปดูกันเลย 

  • การมีร่างกายที่เจริญเติบโตอย่างสมวัย

แน่นอนว่าการที่เราจะมีร่างกายที่ดี หรือมีสุขภาพร่างกายที่ดีนั้น เราจะต้องมีการเจริญเติบโตที่สมตามวัย มีพัฒนาการที่ดีตามช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นทั้งในเรื่องของน้ำหนัก ส่วนสูง หรือแม้แต่การเจริญเติบโตต่าง ๆ ภายในร่างกายของเรา ซึ่งสิ่งนี้เองจะทำให้เรารู้ว่า ร่างกายของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้เรานั้นมีสุขภาพร่างกายที่ดีนั่นเอง 

  • การทานอาหารอร่อย

รู้หรือไม่ว่า การที่เราดูเป็นคนที่ทานอะไรก็ดูอร่อยไปทุกอย่าง อาจจะเป็นตัวที่บ่งบอกเราได้ว่า ร่างกายของเราแข็งแรง จึงทำให้เรานั้นมีความรู้สึกที่ดี มีความสุขกับการรับประทานอาหาร ซึ่งหากใครที่หมั่นสังเกตตนเองว่า รับประทานอาหารอร่อยขึ้น มีความสุขกับการกินมากขึ้น อาจเป็นไปได้ว่าคุณมีสุขภาพร่างกายที่ดีนั่นเอง 

  • การมีเป้าหมายในชีวิต

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่อาจบอกได้ว่า เรามีสุขภาพร่างกายที่ดีคือ การที่เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเนินชีวิต เพราะถ้าเรารู้จักวางเป้าหมายของเราไว้ และจะต้องทำมันสำเร็จ แสดงว่าร่างกายของเรามีความพร้อมที่จะต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคที่ยุ่งยากมากขนาดไหนก็ตาม

เราก็จะสามารถผ่านมันไปได้อย่างราบรื่น โดยที่เราไม่มีความเครียด หรือมีความกังวลใจเลย ซึ่งการที่เรามีเป้าหมาย แสดงว่าร่างกายของเราไม่ได้เกิดปัญหาอะไรขึ้น และพร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตอย่างสบายใจนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    หูตึงรักษาหายไหม

เครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน มีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร เราควรเลือกกินแบบไหนดี

เราเชื่อว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนนั้นทุกคนมีกมีความชื่นชอบ และไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ตามก็นิยมอยู่เช่นนั้น ถ้าคิดง่ายๆคือมีร้านผุดขึ้นมากันมากขึ้น โดยเฉพาะร้านกาแฟ ที่มองไปทางไหนก็จะเห็นแต่ร้านกาแฟเต็มไปหมด แต่หลายคนก็ดื่มเพื่อความเคยชิน แต่บางทีก็ยังไม่ทราบเลยว่าเครื่องดื่มที่ดื่มอยู่นั้นมีประโยชน์หรือมีโทษอย่างไร

ในวันนี้แอดจึงอยากจะมาเล่าเนื้อหาของเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน ว่าเมื่อคุณดื่มไปแล้วนั้นมันสร้างประโยชน์อย่างไร หรือมันให้โทษอย่างไร ซึ่งคุณก็สามารถนำข้อดีข้อเสียเหล่านี้ไปใช้ในการประกอบการเลือกทาน การดื่มให้เหมาะสมหรือปรับเปลี่ยนให้เข้ากับคุณ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด 

เครื่องดื่ม ที่มีส่วนประกอบต่างๆที่มีคาเฟอีนผสมในนั้น ได้แก่

1.ชา

2.กาแฟ

3.โกโก้

4.ช็อกโกแลต

5.น้ำอัดลม

6.เครื่องดื่มบำรุงกำลัง

7.มียาหลายชนิดด้วยกันที่ใส่คาเฟอีนลงไป เป็นต้น

 

ประโยชน์ที่ได้จากการดื่มคาเฟอีน ได้แก่

1.ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด

2.ป้องกันโรคหัวใจ

3.ช่วยกระตุ้นระบบสมอง

4.ช่วยในเรื่องการตื่นตัวได้ดี

5.ถ้าดื่มหลังอาหารช่วยเรื่องลดความอ้วนได้

6.ช่วยลดอาการปวดศีรษะ จากการดื่มแอลกอฮอล์ได้

 

ข้อเสียที่ได้รับจากการดื่มคาเฟอีนมากๆ ได้แก่

1.นอนไม่หลับ

2.ความดันสูง

3.เป็นแผลรุนแรงขึ้นสำหรับคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร

4.เกิดโรคกระดูกพรุน

5.เป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์

6.มีผลต่อการดูดซึมวิตามินบางชนิด

7.อันตรายต่อคนที่เป็นโรคหัวใจ

8.ส่วนผสมบางอย่างทำให้น้ำหนักขึ้น

9.มือสั่น ใจสั่น

10.มีผลต่อหัวใจ เส้นเลือด

 

การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนดีต่อบางคน และไม่ดีต่อบางคน  Hoiana Casino   สำหรับคนที่ปกติดีก็สามารถกินได้ ช่วยให้ได้ผลที่ดีขึ้นด้วยซ้ำ แต่สำหรับบางคนที่มีโรคบางชนิดอาจจะต้องหลีกเลี่ยง เพราะคาเฟอีนนั้นอาจจะไปกระตุ้นให้เกิดอาการอื่นๆตามมาเช่น การทำให้ใจเต้นเร็ว ใจสั่นได้เป็นต้น ดังนั้นก่อนที่คุณจะทานก็ควรคิดก่อนนะว่าคุณสามารถทานได้หรือไม่ หากโรคที่คุณเป็นนั้นไม่สามารถทานได้ก็ควรหยุดทาน ถึงแม้ว่าจะมีผลดีก็จริงแต่สำหรับบางคนบางโรคก็อันตรายมากเช่นกัน

สิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันก็คือไม่ว่าจะทานอะไรก็ตามจะต้องดูด้วยว่าส่วนผสมที่มานั้นมีอะไรบ้าง มีอะไรแผงมามากหรือเปล่าอย่างเช่นน้ำตาล หากมีแผงมามากก็แทนที่จะผอมกลับอ้วนมากยิ่งขึ้น โดยไม่ว่าจะผสมส่วนอะไรเข้าไป ล้วนทำให้อ้วนขึ้นได้ง่ายทั้งนั้น เช่น นม น้ำตาล ครีมเทียมเป็นต้น ดังนั้นหากจำเป็นที่จะต้องดื่มหรืออยากดื่มจริงๆก็ควรเลือกดื่มให้พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป

การดูแลสุขภาพในเอเชียเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโต

ระบบการรักษาพยาบาลทั่วโลกได้รับแรงกดดันอย่างหนักในการต่อสู้กับโควิด-19 การระบาดใหญ่ได้เผยให้เห็นช่องว่างในการเตรียมความพร้อมและขีดความสามารถด้านสุขภาพ ซึ่งจะกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลสุขภาพและความสามารถในการวิจัย ในทำนองเดียวกัน ยังเปิดเผยความเป็นไปได้ในการลงทุนที่น่าสนใจเมื่อเทคโนโลยีก่อให้เกิดบริษัทเทคโนโลยีด้านสุขภาพยุคใหม่

เอเชีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของไวรัสชนิดนี้ สามารถรับมือกับการระบาดด้วยระดับความสำเร็จที่แตกต่างกัน

สำหรับบางประเทศในเอเชีย ประสบการณ์ บทเรียนที่ได้รับ และการลงทุนด้านการดูแลสุขภาพที่เกิดขึ้นหลังการระบาดของโรคซาร์สในปี 2546 ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี สำหรับคนอื่นๆ การดิ้นรนเพื่อควบคุมไวรัสเน้นย้ำถึงการใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่ไม่เพียงพอเป็นเวลาหลายปี

การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ยังนำมาซึ่งประเด็นต่างๆ ที่น่ากระจ่าง ตั้งแต่ความสำคัญของการมีคลังอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์ที่สำคัญและการวิจัยและพัฒนาวัคซีนที่จำเป็นอย่างเพียงพอ ไปจนถึงความสะดวกและประสิทธิภาพในการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยต่อสู้กับการแพร่กระจายของไวรัส

การเรียนรู้เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน การใช้จ่ายด้านการวิจัย และการเปลี่ยนแปลงของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลด้านการดูแลสุขภาพ ต้นทุนทางเศรษฐกิจของการแพร่ระบาดครั้งนี้มีมหาศาล การตระหนักรู้นี้น่าจะรับประกันการใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประเทศต่างๆ ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เพื่อให้มีความพร้อมมากขึ้นในการเผชิญกับวิกฤติครั้งต่อไป ความจริงแล้ว ความต้องการด้านการรักษาพยาบาลมีเพิ่มมากขึ้น โดยได้แรงหนุนจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและสูงวัย โรคเรื้อรังที่เพิ่มมากขึ้น ความตระหนักรู้ด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และความมั่งคั่งที่เพิ่มมากขึ้น

สิ่งกระตุ้นเหล่านี้เห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะในเอเชียซึ่งมีประชากรถึง 60% ของโลก ภายในปี 2573 ภูมิภาคนี้จะเป็นบ้านของประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปถึง 60% ของโลก การใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลโดยรวมในเอเชียคาดว่าจะเกิน 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 25674 โดยคาดว่าโรงพยาบาล การดูแลที่บ้าน การแพทย์ทางไกล อุปกรณ์การแพทย์ และการวิจัยยาจะเป็นผู้นำ

ความได้เปรียบทางการแข่งขันของเอเชีย ภาคส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพสามารถแบ่งกว้าง ๆ ออกเป็นสี่ส่วนย่อยต่อไปนี้: บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการดูแลสุขภาพ (โรงพยาบาล โรงพยาบาลชุมชน การดูแลที่มีการจัดการ) ผู้ผลิตยา (ยาและเทคโนโลยีชีวภาพ)

ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์ และโรงพยาบาล จัดหาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ เอเชีย ซึ่งเป็นผู้เล่นหลักระดับโลกในบางพื้นที่ คาดว่าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากวิกฤตสุขภาพในปัจจุบัน

จากข้อมูลของทีมวิจัยของ Eastspring ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการฟื้นตัวของห่วงโซ่อุปทานด้านการดูแลสุขภาพทั่วโลก ความแข็งแกร่งของกำลังการผลิตของจีนได้รับการยอมรับไม่เพียงแต่ในด้านการผลิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาคบริการด้วย เช่น บริการวิจัยตามสัญญา จีนเป็นผู้เล่นหลักในด้านส่วนผสมออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API)

ระดับล่าง ในขณะที่ API ระดับสูงส่วนใหญ่ผลิตในยุโรป สหรัฐอเมริกา และอินเดีย อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาในการย้ายการผลิต API ระดับไฮเอนด์ไปยังประเทศจีนได้เพิ่มขึ้นหลังจากการระบาดของ Covid-19 มีคำสั่งซื้อ API ระดับไฮเอนด์มากขึ้น

ซึ่งช่วยในการอัปเกรดการผลิตเพิ่มเติม ในขณะเดียวกัน การวิจัยและพัฒนาทางการแพทย์ของจีนในด้านวัคซีนและยาเชิงนวัตกรรมได้รับแรงผลักดันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในระหว่างการระบาดของไวรัสโคโรนา ขณะนี้จีนอยู่ในตำแหน่งผู้นำในการชุมนุมทดลองทางคลินิกสำหรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ยิ่งไปกว่านั้น

จากการควบคุมค่าธรรมเนียมหลังการแพร่ระบาดที่เข้มงวดมากขึ้น เราคาดว่าจะเห็นความก้าวหน้าทางโครงสร้างในอุตสาหกรรมและวงจรการเปลี่ยนยาที่บ่อยขึ้น ทีมงานเชื่อว่านวัตกรรมในอุตสาหกรรมยาจะเร่งตัวขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานของความเชื่อมั่นในภาคส่วนนี้

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย  ถ่านเครื่องช่วยฟัง

นอนไม่หลับเสี่ยงโรคร้ายอะไรได้บ้าง

ต้องยอมรับเลยว่าในสมัยปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่ มักที่จะใช้ชีวิตกันด้วยความเร่งรีบและความกดดันต่างๆมากมายจนทำให้บางคนนั้นไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลสุขภาพร่างกายของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการนอนหลับพักผ่อน เพราะบางคนทุ่มเททั้งเวลาร่างกายให้กับการทำงาน จนทำให้ร่างกายอ่อนแอได้ง่าย

นอนไม่หลับเสี่ยงโรคร้าย เนื่องจากไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอซึ่งรู้หรือไม่ว่าการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอนั้นมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตในประจำวันของเราเป็นอย่างมาก

เพราะเมื่อไรก็ตามที่ร่างกายของเราได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอนอกจากจะทำให้การใช้ชีวิตในประจำวันไม่มีประสิทธิภาพ ยังอาจทำให้ร่างกายได้รับความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ฉะนั้น ไม่ว่าเราจะทำงานหนักมากขนาดไหนก็ตามการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองถือเป็น หนึ่ง ในปัจจัยสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามและไม่ควรที่จะปล่อยละเลยอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่กำลังมีพฤติกรรม การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอหรือบางคนอาจจะนอนไม่หลับ

วันนี้เราก็จะพาทุกคนไปดูกันว่าหากเรานอนละ พักผ่อนไม่เพียงพอหรือ  เครื่องช่วยฟังราคาถูก   นอนไม่หลับอยู่เป็นประจำนั้นร่างกายของเราจะได้รับความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายอะไรได้บ้างไปดูกันเลย

  • โรคเบาหวา

แน่นอนว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรานอนไม่หลับ หลายๆคนนั้นมักที่จะรู้สึกหิวในตอนดึกๆ จึงทำให้บางคนนั้นอาจจะลุกขึ้นมากินขนมหรือ รับประทานอาหารกันอย่างแน่นอนซึ่งแน่นอนว่าหากเรามีพฤติกรรมแบบนี้อยู่บ่อยๆจะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงทำให้ร่างกายของเรานั้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แถมยังอาจทำให้ น้ำตาลในเลือดของเราพุ่งสูงมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย

  • โรคอัลไซเมอร์

รู้หรือไม่ว่าคนที่อดนอนบ่อยๆหรืออดนอนอยู่เป็นประจำนั่นจะยิ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือโรคความจำเสื่อมได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะโดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ มักที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับในตอนกลางคืน ยิ่งถ้าใครอดนอนมากๆหรือนอนไม่หลับอยู่บ่อยๆนั้น อาจจะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ง่าย

  • โรคหัวใจ

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ากัดอดนอนมากๆหรืออดนอนอยู่บ่อยๆนั้น  จะยิ่งทำให้ความดันโลหิตของเราสูงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมง จะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจหลอดเลือด และโรคหัวใจวายได้นั่นเอง

ฉะนั้น ทางที่ดีเราควรที่จะนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ร่างกายของเราได้รับผลกระทบหรือความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่างๆได้นั่นเอง

พฤติกรรมความเลี่ยงหากไม่อยากเสี่ยงโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า เป็นหนึ่งในโรคที่มีความอันตรายและร้ายแรงเป็นอย่างมาก เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้มักที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะโรคซึมเศร้ากันอยู่กันอย่างแน่นอน ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของอารมณื สภาพจิตใจ

เสี่ยงโรคซึมเศร้า รวมไปถึงปัญหาของความเครียดก็เป็นหนึ่งในผลกระทบที่ทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้นั่นเอง และแน่นอนว่า โรคนี้นับเป็นโรคที่หลาย ๆ คนไม่ควรมองข้ามกันอย่างเด็ดขาด

เพราะหากปล่อยไว้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ยังอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของเราได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนที่เป็นโรคนี้อาจมีความคิดที่สั้น หรือคิดที่อยากจะฆ่าตัวตายนั่นเอง ดังนั้น การดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้ดีด้วยการหมั่นสังเกตอาการ หรืออารมณ์ของตนเองให้ดี

จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ได้ รวมไปถึงการมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า ฉะนั้น วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูกันว่า พฤติกรรมที่เราทำอยู่จะมีพฤติกรรมไหนบ้างที่เราควรหลีกเลี่ยงหากไม่อยากเป็นโรคซึมเศร้า ไปดูกันเลย 

1.การอยู่ห่างจากธรรมชาติ

รู้หรือไม่ง่าธรรมชาติเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ดี ที่สามารถเยียวยาสุขภาพจิตของเราให้ดีขึ้นได้ ยิ่งถ้าใครทำงานหนัก ๆ และเครียดมาก ๆ การที่ได้ออกไปเจอธรรมชาติก็จะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีความเครียด และเราอยู่ห่างจากธรรมชาตินอกจากจะทำให้เรามีสุขภาพจิตที่ไม่ดีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่ายอีกด้วย 

2.การอดนอน

หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า การนอนหลัยพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจาก  เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จ    จะส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพต่าง ๆ แล้ว ยังอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน เพราะหากคุณนอนไม่พอ บวกกับการทำงานหนักมาก ๆ เครียดมาก ๆ เจอสังคมที่วุ่นวาย เจอปัญหาต่าง ๆ

ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต นอกจากจะทำให้ร่างกายของเราอ่อนเพลียได้ง่ายแล้ว ยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้นั่นเอง รวมไปถึงอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเราได้อีกด้วย 

3.เรื่องของความเศร้า

แน่นอนว่าปัญหานี้ถือเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเอาความโศกเศร้าเขามาในใจ เราก็จะยิ่งกังวล เครียด จนส่งผลเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้างได้นั่นเอง บวกกับการที่เรารู้สึกเสียใจมาก ๆ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า หรือโรคที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตของเราได้นั่นเอง ฉะนั้น การดูแลสุขภาพจิตของตนเองให้ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม

อยากฟิตหุ่นควรจะเริ่มต้นอย่างไรดี

คนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะใครก็ตาม ก็มักที่อยากจะมีสุขภาพร่างกายที่ดีหรืออยากมีรูปร่างที่สวยเพื่อเป็นหนึ่งในตัวช่วยในการเพิ่มความมั่นใจและเพิ่มบุคลิกภาพในการใช้ชีวิต ซึ่งรู้หรือไม่ว่าการที่เราจะมีรูปร่างที่ดีหรือมีหุ่นที่สวยนั้นสมัยนี้สามารถทำได้หลากหลายวิธีที่แตกต่างกันออกไป

และวิธีที่หลายๆคนเลือกที่จะทำนั่นก็คือการออกกำลังกายหรือแม้แต่การควบคุมอาหารเพราะเป็นหนึ่งในวิธีที่หลายๆคนมองว่าสามารถให้ผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว

อยากฟิตหุ่นควรจะเริ่มต้น เพราะเป้าหมายหรือ ความตั้งใจของคนเรานั้นจะแตกต่างกันออกไป ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีวินัยในการลดน้ำหนัก

เพื่อให้เรานั้นมีรูปร่างที่ดีและมีสุขภาพร่างกายที่ดีไปด้วย ซึ่งในพนี้แน่นอนว่าหลายๆคนก็คงอยากจะมี อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้มักที่จะมองหาวิธีการลดน้ำหนักหรือการที่ทำให้ตนเองนั้นมีรูปร่างที่ดีหรือมีหุ่นที่สวย

เครื่องช่วยฟัง    ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปสำหรับใครที่อยากเริ่มต้นฟิตหุ่น หรืออยากมีรูปร่างที่สวย เพื่อที่จะได้สวมใส่เสื้อผ้าดีๆ วันนี้เราก็จะมาแนะนำเคล็ดลับง่ายๆในการเริ่มต้นฟิตหุ่นเพื่อให้เรานั้นมีรูปร่างที่ดีแถมยังได้สุขภาพร่างกายที่ดีอีกด้วย จะมีวิธีไหนกันบ้างไปดูกันเลย

  • เริ่มต้นด้วยการวางแผน

แน่นอนว่าก่อนที่เราจะลงมือทำอะไรสักอย่างนึงสิ่งสำคัญที่เราควรมองเป็นอันดับแรกเลยก็คือ การวางแผน ซึ่งการลดน้ำหนักหรือการฟิตหุ่นก็เช่นกัน หากเราอยากให้ผลลัพธ์ ที่ชัดเจนก็ควรที่จะเริ่มต้นด้วยการวางแผนก่อนที่เราจะลงมือทำเพราะเราจะได้รู้ว่าสิ่งที่เราควรทำเป็นอันดับแรกหรือสุดท้ายนั้นควรจะออกมาเอาในรูปแบบไหนเพื่อให้การลดน้ำหนักหรือฟิตหุ่นของเรามีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์ได้ดีที่สุด

  • การสร้างวินัยให้แก่ตนเอง

รู้หรือไม่ว่าสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรามีรูปร่างที่ดีมีหุ่นที่สวยหรือลดน้ำหนัก ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นก็คือการที่เราสร้างวินัยให้แก่ตนเองอย่างต่อเนื่อง เพราะหากเรามีวินัยในการลดน้ำหนักหรือการฟิตร่างกายจะยิ่งทำให้เรานั้น สามารถออกกำลังกายหรือไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามจะประสบความสำเร็จและไปถึงเป้าหมายได้เร็วมากยิ่งขึ้น

  • หลีกเลี่ยงจากความกังวล

หลายคนอาจจะทราบเน็ตเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าความกังวลนั้นถือเป็นหนึ่งในปัญหาหรือสาเหตุที่ทำให้การลดน้ำหนักหรือการฟิตร่างกายของเราไม่มีประสิทธิภาพ ฉะนั้นหากเราอยากสร้างสุขภาพร่างกายที่ดีหรืออยากลดน้ำหนัก

เพื่อที่เราจะได้มีรูปร่างที่ดีนั้นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ การที่เราควรหลีกเลี่ยงจากความกดดันหรือความวิตกกังวลต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในชีวิต เพราะความเครียดนั้นถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพ หากเราอยากทำให้การลดน้ำหนักหรือการฟิทช์ห่วงเกิดประโยชน์ได้สูงสุดก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงจากความกังวลนั่นเอง

เคล็ดลับการควบคุมอาหารสำหรับการลดน้ำหนัก

เชื่อว่าหนุ่ม ๆ สาว ๆ ส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้ ไม่ว่าใครก็ตามก็คงยากที่จะมีรูปร่างที่ดีอยากมีหุ่นที่สวยหรือแม้กระทั่งอยากมีสุขภาพร่างกายที่ดีกันทั้งนั้น การที่เรามีรูปร่างที่ดีหรือมีหุ่นที่สวยนั้นถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและเพิ่มบุคลิกภาพในการใช้ชีวิตได้

เคล็ดลับการควบคุมอาหาร ดังนั้นเราจึงจะเห็นได้ว่า หนุ่มๆสาวๆเลือกที่จะหันมาให้ความสำคัญกับการลดน้ำหนักไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ตาม

ถึงแม้ว่าวิธีนั้นจะได้ผลหรือไม่ได้ผล เพราะในสมัยนี้มีวิธีการลดน้ำหนักมากมายหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นทั้ง การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือการกินยาลดน้ำหนัก การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ การเลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย หรือรวมไปจนถึงวิธีธรรมชาติอื่นๆที่หลายคนเลือกทำ

ซึ่งในแต่ละวิธีนัดก็จะมี ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไปซึ่งก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนด้วย

ฉะนั้น สำหรับใครที่อยากที่จะลดน้ำหนักหรือกำลังอยู่ในช่วงของการลดน้ำหนักและไม่รู้ว่าจะ เลือกใช้วิธีไหนดี ที่จะทำให้การลดน้ำหนักนั้นสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจน

วันนี้  เครื่องช่วยฟังอย่างดี   เราก็จะมาแนะนำเคล็ดลับง่ายๆในการควบคุมอาหารที่จะทำให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพและเห็นผลได้อย่างชัดเจน จะมีเคล็ดลับอะไรกันบ้างไปดูกันเลย

1.การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม

รู้หรือไม่ว่าการที่เราเลือกรับประทานอาหารให้มีความเหมาะสมหรือสมดุลถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้การลดน้ำหนักของเรามีประสิทธิภาพได้ เพราะไม่ใช่แค่ว่าเราจะเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ หรือเน้นไปที่อาหารที่สามารถช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายได้

แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้การลดน้ำหนักเห็นผลได้อย่างชัดเจนเลยก็คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหารให้มีความสมดุลการใช้ชีวิตเพราะสิ่งนี้จะทำให้เรานั้นสามารถลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

2.การทานผักให้มากขึ้น

สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้การลดน้ำหนักของเราเห็นผลได้อย่างชัดเจนเลยก็คือ การที่เราเน้นการทานผักไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารไหนก็ตามควรที่จะเพิ่มผักเข้าไปในมื้ออาหารเพื่อเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นระบบขับถ่าย เพื่อที่จะทำให้การลดน้ำหนักของเราเห็นผลได้อย่างชัดเจนแถมยังเป็นการดูแลสุขภาพร่างกาย หรือการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงได้อีกด้วย

3.การกำจัดไขมันอิ่มตัว

หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าไขมันอิ่มตัวมักจะมาในรูปแบบของอาหารหรือขนมจุกจิกที่หลายๆคนชอบทาน เพราะคนส่วนใหญ่มักที่จะมีพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมหรือการทานขนม ที่อุดมไปด้วยน้ำตาลค่อนข้างสูงจึงอาจทำให้ร่างกายเกิดการสะสมของไขมันได้

ฉะนั้นเคล็ดลับง่ายๆที่จะทำให้เรา ควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นก็คือการกำจัดไขมันอิ่มตัวออกไปจากร่างกาย เพราะถึงแม้ว่าอาหารประเภทนี้จะมีความอร่อยมากขนาดไหนก็ตามหากเราอยากลดน้ำหนักก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด

3 วิธีการดูแลระบบย่อยอาหาร

รู้หรือไม่ว่าการที่เรามีระบบย่อยอาหารที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่ดี แถมยังมีส่วนช่วยทำให้ ระบบย่อยอาหารหรือระบบขับถ่ายของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

เพราะเนื่องจากคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้นอกจากจะมีพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมหรือไม่มีประโยชน์

ยังมักมีพฤติกรรมที่ทำให้ตนเองนั้นมีอาการท้องอืดอยู่บ่อยๆซึ่งหากเราท้องอืดหลายคนอาจจะมองว่าเป็นอาการที่เกิดขึ้นโดยปกติที่หลายๆคนมักจะเป็นแต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นการที่เราจะท้องอืดได้นั้นอาจมีตัวที่คอยกระตุ้นหรือทำให้เรามีอาการท้องอืด ระบบย่อยอาหารที่ไม่ดีจนส่งผลกระทบต่อระบบขับถ่ายของเรา

ทำให้บางคนมีอาการปวดท้องร่วมด้วยนั่นเอง ดังนั้น การที่เรา อยากสร้างสุขภาพร่างกายที่ดีให้แก่ตนเองหรืออยากมีระบบย่อยอาหารที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันนี้เราก็จะมาแนะนำวิธีง่ายๆที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพรับรองได้เลย

ว่าหากทำเป็นประจำนอกจากจะ ทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่ดีมีรูปร่างที่ดีแล้วยังเป็นการดูแลระบบย่อยอาหารของเราอีกด้วยจะมีวิธีไหนกันบ้างไปดูกันเลย

1.การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดขึ้น

เนื่องจากคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้มักที่จะมีพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมแถมยังมักที่จะมีพฤติกรรมการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดก่อนกลืนอีกด้วย ซึ่งรู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมนี้ถือเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายซึ่งแน่นอนว่านอกจากจะทำให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานไม่มีประสิทธิภาพยังอาจส่งผลกระทบต่อระบบขับถ่ายของเราอีกด้วย ดังนั้นเพื่อเป็นการดูแลระบบย่อยอาหารควรที่จะเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนที่เราจะกลืนอาหารเพื่อทำให้ระบบย่อยอาหารสามารถ ทำการย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.การหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป

แน่นอนว่าอาหารแปรรูปส่วนใหญ่ถึงแม้จะเป็นอาหารที่เราสามารถหาทานกันได้ง่ายหรือสามารถเก็บไว้ทานได้นาน แต่อาหารแปรรูปส่วนใหญ่นั้น ถือเป็นหนึ่งในอาหารที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ยิ่งถ้าเราทานมากๆแต่ยิ่งทำให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ ฉะนั้น ทางที่ดีหากเราลดหรือหลีกเลี่ยงได้ก็ควรจะหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะถ้าหากเรายังรับประทานเป็นประจำนั่นจะยิ่งเป็นการทำลายระบบย่อยอาหารของเรานั่นเอง

3.การทานไฟเบอร์ให้มากขึ้น

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เป็นการดูแลระบบย่อยอาหารที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากการที่เราจะทานไฟเบอร์เป็นประจำนั้นจะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นระบบกับด้ายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังเป็นการดูแลระบบย่อยอาหารทำให้ระบบย่อยอาหารสามารถย่อย อาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยัง ไม่เป็นการใช้งานระบบย่อยอาหารมากจนเกินไปอีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังราคาเท่าไหร่

แนะนำอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นประสาท

แน่นอนว่าในสมัยปัจจุบันนี้การเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์หรือหากร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่ดีและเพียงพอนั้นจะยิ่งช่วยให้ร่างกายของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแถมยังช่วยบำรุงอวัยวะต่างๆของเราให้แข็งแรงได้อีกด้วย

อาหารที่ช่วยบำรุงเส้นประสาท เพราะคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้มักคิดจะเต็มที่กับการทำงานและมักที่จะมีพฤติกรรมการทำลายสุขภาพร่างกายของตนเอง

โดยเฉพาะในส่วนของเส้นประสาทของสมอง เพราะถือเป็นหนึ่งในอวัยวะสำคัญของร่างกาย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องดูแลรักษาเส้นประสาทของเราให้ดีเพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ส่งผลกระทบหรือส่งผลเสียต่อร่างกายของเรา

ซึ่งรู้หรือไม่ว่าสารอาหารแมกนีเซียมถือเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ไม่เพียงแต่มีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของเราให้แข็งแรงได้ แต่สารอาหารประเภทนี้ยังมีส่วนช่วยในการบำรุงเส้นประสาทของเราได้เป็นอย่างดี

ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองช่วยบำรุงหัวใจแถมยังช่วยบำรุงส่วนอื่นๆของร่างกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ดังนั้น สำหรับใครที่อยากหันมาบำรุงเส้นประสาทสมองของตนเองให้มีสุขภาพที่แข็งแรงมากยิ่งขึ้น วันนี้เราก็จะมาแนะนำอาหารที่มีส่วนช่วยในการบำรุงเส้นประสาทได้รับรองได้เลย

เครื่องช่วยฟัง ดิจิตอล   ว่าหากรับประทานเป็นประจำนั้นไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของเราแต่ยังส่งผลดีต่อเส้นประสาทของเราอีกด้วย จะมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย

1.ผักใบเขียว อย่างที่เราทราบกันดีว่าผักเป็นหนึ่งในอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมากซึ่งไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยไฟเบอร์หรือใยอาหารที่ค่อนข้างสูงแต่ในผักยังอุดมไปด้วยแมกนีเซียมที่เรียกได้ว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย ขอบอกเลยว่าหากเรารับประทานผักเป็นประจำนั้นจะไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อระบบขับถ่ายแต่ยังมีส่วนช่วยในการบำรุงเส้นประสาทของเราให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

2.ปลาแซลมอน แน่นอนว่าอาหารประเภทนี้เป็นหนึ่งในอาหารที่หลายๆคนนั้นชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก เพราะปลาแซลมอนเป็นอาหารที่สามารถหาทานได้ง่ายแถมยังมีรสชาติที่ถูกปากอีกด้วยซึ่งรู้หรือไม่ว่า ในปลาแซลมอนนั้นไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยโอเมก้าสามแต่ยังอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ที่ร่างกายของเราต้องการหากเราทานเป็นประจำนั้น นอกจากจะได้ความอร่อยของปลาแซลมอนแล้วยังมีประโยชน์ทั้งด้านการบำรุงเส้นประสาทกล้ามเนื้อของเราให้แข็งแรงอีกด้วย

3.กล้วย เป็นหนึ่งในอาหารที่หลายๆบ้านนั้นขาดไม่ได้เลยก็ว่าได้เพราะกล้วยเป็นหนึ่งในอาหารที่สามารถหาทานได้ง่ายแถมยังสามารถปลูกไว้ทานได้เองอีกด้วย ซึ่งรู้หรือไม่ว่ากล้วยจะอุดมไปด้วยโพแทสเซียมที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อกระดูกให้แข็งแรง ช่วยบำรุงหัวใจ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแมกนีเซียมที่เรียกได้ว่าหากร่างกายของเราได้รับนั้นจะสามารถช่วยบำรุงเส้นประสาทของเราให้แข็งแรงได้มากยิ่งขึ้น