อาการของคนเมารถ

อาการของคนที่เมารถ  เมาเรือ  เมาเครื่องบินอาจเป็นปัญหาของคนหลายๆคนเพราะว่าเวลาที่เรานั้นจะเดินทางไปไหนมาไหนนั้นมักจะมีอาการที่เรานั้นเมารถทำให้คนที่เป็นนั้นเกิดอาการที่หงุดหงิดอย่างมากสำหรับที่มีอาการแบบนี้เพราะว่าจะเดินทางไปทางไหนนั้น

จะเกิดอาการที่เวียนหัวเป็นอย่างมากมีอากรคลื่นไส้ตามมาอีกด้วยหรือว่าอาเจียนซึ่งอาการดังกล่าวนั้นสามารถที่จะป้องกันได้ด้วยการที่เรานั้นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในระหว่างเดินทาง เรานั้นอาจจะใช้ยาแก้เมารถตามคำแนะนำของหมอนั้นก็ได้หรือว่าจะเป็นตามเภสัชกร

อาการเมารถเป็นอย่างไร

อาการของคนที่เมารถนั้นจะเกิดขึ้นแต่เฉพาะบางคนเท่านั้นเพราะว่าไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนอาการของคนที่เมารถนั้นเป็นตอนที่เรานั่งรถโดยสารยานพาหนะที่เรานั้นจะไปสักที่เราเกิดอาการเมารถและก็มีคนที่ไม่เมารถนั้นสามารถที่จะบอกอาการได้ว่าเรานั้นกำลังเมารถอาการของคนที่เมารถนั้นได้แก่

  • เวียนหัว
  • จะรู้สึกว่าไม่สบายท้อง  มีอาการคลื่นไส้  อาเจียน  
  • อ่อนเพลีย
  • มีเหงื่อออก
  • แต่ถ้าเมื่อเป็นเด็กเล็กที่เมารถนั้นจะมีอาการของหน้าซีด  กระสับกระส่าย  หาว  หรือว่าร้องไห้ร่วมด้วย

เมารถนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

อาการเมารถ เมาเรือ  หรือว่าเมาเครื่องบินเกิดขึ้นเมื่อประสาทนั้นรับรู้ของการเคลื่อนไหวของหูชั้นในทำงานไม่ประสานกับภาพดวงตามองเห็นสมองจึงได้รับสัญญานที่ขัดแย้งกันมีอาการเมารถตามมาโดยอาการเกิดจากการโดยสารรถที่ขับเหวี่ยงไปมาหรือขับรถบนถนนที่คดเคี้ยวนามมากเกินไป  การที่เรานั่งเรือโครงเคลงตามลูกคลื่นการโดยสารเครื่องบิน  หรือแม้แต่ระหว่างเล่นเครื่องเล่นที่ผาดโผนต่างๆอย่างในสวนสนุกนั้นก็ก็ทำให้เรานั้นเมารถได้เหมือนกัน อาทิอย่างเช่น รถไฟเหาะ

ในกลุ่มต่อไปนี้ก็อาจเกิดอาการเมารถได้มากกว่าคนอื่นคนทั่วไป

  • ผู้ที่ป่วยประสาทรับรู้การเคลื่อนไหวเร็ว
  • ผู้หญิงที่กำลังจะมีประจำเดือน  ตั้งครรภ์  หรือว่าอยู่ในช่วงรับการบำบัดด้วยฮอร์โมน
  • ผู้ป่วยไมเกรน
  • เด็กอายุ 2-3 ปี 
  • ผู้ป่วยที่กำลังใช้ยาบางชนิดที่เกี่ยวกับ ยารักษาโรคหืดยาต้านอาการซึมเศร้า ยาปฏิชีวนะ ยาไอบูโพรเฟน ยานาพรอกเซน 
  • ผู้ที่ป่วยโดยที่ใช้ยาเสพติด

บรรเทาอาการเมารถได.อย่างไร

อาการที่เรานั้นเมารถหรือว่าเมาเครื่องบินนั้นสามารถป้องกันด้วยตัวเองอย่างเช่นเรานั้นก็กินยาเมารถตามที่แพทย์นั้นสั่งหือว่าเรานั้นต้องรถโดยสารนั้นให้เรานั้นพยายามนั่งหน้ารถเพื่อให้เรานั้นเห็นข้างหน้าอย่างนี้เป็นต้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

โรคเหงือกอักเสบ

โรคเหงือกอักเสบ  หรือที่ชาวบ้านทั่วไปรู้จักกัน ในชื่อโรครำมะนาด เป็นโรคที่เกิดขึ้นในช่องปากอาจพบได้บ่อยแต่ไม่รุนแรง ซึ่งเกิดอาการระคายเคือง บวมแดง อักเสบเป็นหนองที่เหงือก เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่รุนแรง  คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยใส่ใจที่จะระมัดระวังและดูแลรักษา  สุดท้ายแล้วอาจจะนำไปสู่การสูญเสียฟันได้

สาเหตุของเหงือกอักเสบ

ส่วนใหญ่เกิดจากการดูแลรักษาทำความสะอาดภายในช่องปากได้ไม่ดีพอ จนทำให้เกิดคราบพลัคขึ้น ซึ่งปกติแล้วเราไม่สามารถมองเห็นคราบนี้ได้  คราบพลัค คือคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน เมื่อมาจับอยู่ที่ฟันนานกว่า 2-3 วัน จะทำให้เกิดคราบหินปูนปรากฎอยู่ตามร่องเหงือก ซึ่งหินปูนก็สามารถก่อตัวเองขึ้นมาได้จากน้ำลายของเรา ดังนั้นยิ่งมีคราบพลัคและหินปูนอยู่ที่ฟันนานมากขนาดไหน เหงือกก็จะเกิดการระคายเคืองตามมา ถ้าปล่อยให้เป็นไประยะหนึ่ง เหงือกก็จะเกิดอาการบวมแดงและมีเลือดออก และในที่สุดก็กลายเป็นเหงือกอักเสบ

อาการของเหงือกอักเสบ

เหงือกที่สุขภาพดีนั้นจะต้องมีสีชมพูอ่อนและมีความแข็งแรง  ถ้าหากพบว่าเหงือกมีลักษณะดังต่อไปนี้ก็อาจคาดเดาได้ว่าเป็นโรคเหงือกอักเสบ อาการเหงือกบวม มักมีเลือดออกเวลาแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน เหงือกจะเปลี่ยนจากสีชมพูอ่อนเป็นสีแดงเข้ม ยิ่งเวลาที่กินอาหารที่มีรสเค็มจัด พวกปลาร้า กะปิ จะรู้สึกเจ็บปวด และเป็นหนองได้ง่าย การรับรสของลิ้นจะเปลี่ยนไป มีกลิ่นปาก และฟันโยก

การรักษาเหงือกอักเสบ

เมื่อเราสังเกตุพบว่ามีอาการต่างๆตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว เพื่อควบคุมอาการและป้องกันการลุกลามของโรคเหงือกอักเสบ ไม่ให้กำเริญถึงขั้นรุนแรงจนต้องสูญเสียฟัน ควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อไปรับการรักษาและแนะนำวิธีการดูแลช่องปากอย่างถูกวิธี 

โดยเบื้องต้นทันตแพทย์จะทำความสะอาดช่องปากเพื่อกำจัดคราบพลัคและหินปูนให้ก่อน หลังจากนั้นจะสอนเทคนิคการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกต้อง ในกรณีที่ทันตแพทย์วินิจฉัยอาการของโรคว่ากำเริบหนักแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยวิธีการเกลารากฟันและอื่นๆต่อไปตามดุลยพินิจแพทย์

การป้องกันเหงือกอักเสบ

การป้องกันโรคเหงือกอักเสบที่ดีที่สุด คือ เราต้องทำสนใจรักษาสุขภาพอนามัยของช่องปากอย่างถูกต้อง โดยทำความสะอาดช่องปากด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธีและใช้ไหมขัดฟัน ครั้งละประมาณ 3-5 นาที มีบางงานวิจัยแนะนำให้ใช้ไหมขัดฟันก่อนการแปรงฟันเพราะช่วยให้กำจัดเศษอาหารและแบคทีเรียที่ต้องค้างได้ดีกว่าใช้หลังแปรงฟัน และควรหาเวลาไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือน เพื่อให้ตรวจเช็คสภาพช่องปากและขูดหินปูนอย่างสม่ำเสมอ

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

วิธีการที่ถูกต้องในการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว 

      หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วก็คือชิ้นหนึ่งที่เราจะต้องมีการทิ้งเพื่อนำไปกำจัดขยะที่นี้มีความเสี่ยงที่อาจจะมีไวรัสติดอยู่ที่บริเวณหน้ากากดังนั้นการที่เราทิ้งไปเฉยๆในถังขยะอาจจะส่งผลให้เชื้อโรคสะสมรวมกันอยู่ในถังขยะและกลิ่นของเชื้อโรคอาจจะมีการแพร่ออกมาข้างนอกทำให้ผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาได้กลิ่นของเชื้อโรคที่เหลืออยู่ตามอากาศอาจจะทำให้ไม่สบายได้ดังนั้นเราจึงควรทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ววิธีการที่ถูกต้องป้องกันเชื้อโรคไม่ให้ลุกลามออกมาระเหยในอากาศ

ซึ่งอาจจะส่งผลให้เราติดเชื้อไวรัสจากการแพร่ระบาดทางอากาศได้  หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ก็ถือว่าเป็นหน้ากากที่มีความเสี่ยงที่อาจจะมีเชื้อโรคอยู่นั่นก็เพราะว่าในช่วงที่เราสวมใส่หน้ากากอนามัยนั้นเราอาจจะมีการตาม   อาการไอ   หรืออาจจะมีน้ำมูก

ซึ่งตรงหน้ากากฝั่งที่อยู่ด้านในก็จะได้สัมผัสกับสารคัดหลั่งเหล่านี้ของเราดังนั้นหากเราทิ้งถังขยะธรรมดาพนักงานที่เข้ามาเก็บขยะอาจจะสัมผัสเจอกับเชื้อโรคของเราจากการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ไม่ถูกวิธีนี้ได้ดังนั้นวิธีการที่เราควรจะทิ้งหน้ากากอนามัยที่ถูกต้องควรทำดังต่อไปนี้

      โดยใช้หน้ากากอนามัยเสร็จเรียบร้อยแล้วและต้องการทิ้งเราควรจะมีการพับหน้ากากอนามัยเอาส่วนที่อยู่ฝั่งเดียวกับใบหน้าของเราไว้ด้านในเพื่อไม่ให้เชื้อโรคได้อยู่ด้านนอกเป็นการป้องกันเชื้อโรคไม่ให้กระจายออกไปหลังจากนั้นหาอะไรมามัดหน้ากากอนามัยเพื่อไม่ให้ตัวหน้ากากขยายออกมา

ถ้าหาไม่ได้ก็ใช้สายรัดตรงหูหน้ากากอนามัยนั่นเองที่เอาไว้มัดหน้ากากอนามัยให้ม้วนติดกันหลังจากนั้นก็หาถุงนำหน้ากากอนามัยที่มีการเรียบร้อยแล้วใส่ลงไปในถุงรวมถึงมัดปากถุงให้สนิทเพียงแค่นี้เราก็จำกัดเชื้อโรคที่อาจจะติดอยู่ที่หน้ากากอนามัยไม่ให้ออกมาเชื่อให้กับคนอื่นได้แล้วหลังจากนั้นเราก็นำไปทิ้งในถังขยะที่มีการปิดฝามิดชิดหรือบางสถานที่อาจจะมีการระบุเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นขยะ ที่มีเชื้อโรคเบอร์ที่เวลาคนมาเก็บขยะ

เขาจะได้ทราบหลังจากที่เราทิ้งขยะเสร็จเรียบร้อยแล้วเราควรจะมาล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ฆ่าเชื้อหรือเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อการที่เราต้องสัมผัสหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วนั้นมือเราอาจจะไปสัมผัสโดยสารคัดหลั่งที่อาจจะมีเชื้อไวรัสปะปนอยู่ดังนั้นการล้างมือทำความสะอาดจึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่เราจะสามารถฆ่าเชื้อโรคที่อาจจะติดมากับมือของเราได้โดยวิธีการล้างมือนั้นควรถูสบู่และทิ้งไว้ประมาณ 2 นาทีเพื่อให้เชื้อโรคได้ถูกสารของสบู่ทำลายเพียงเท่านี้

ก็เป็นการกำจัดหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอย่างถูกต้องและไม่มีทางที่เชื้อโรคจากหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วแพร่ไปสู่คนอื่นได้แน่นอน 

 

 

สนับสนุนโดย  วิธีสมัครเล่นหวยฮานอย

ลำไยนั้นมีประโยชน์เหลือหลาย

ลำไยเป็นสมุนไพรที่ช่วยทำให้มีความเป็นหนุ่มสาวมากขึ้น  เป็นช่วงที่ปรับสมดุลในร่างกายที่ช่วยผ่อนคลาย  ซึ่งทำให้การนอนของเรานั้นดีขึ้น โดยการหลับลึกและเพิ่มความจำ แต่อย่างว่าอะค่ะเพราะว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่ร้อน ซึ่งวันนี้เรานั้นได้รวมรวมถึงประโยชน์ของการกินลำไยนั้นมาฝากหากว่ารานั้นทานแบบว่าถูกวิธีก็จะช่วยในเรื่องของการต้านทานความแก่ได้อย่างดี อีทั้งยังสามารถช่วยในเรื่องการนอน

ช่วยเรื่องการบรรเทาอาการของการปวดกล้ามเนื้อนั้นด้วย เพราะว่าลูกลำไยนั้นประกอบไปด้วยวิตามินC  B12 ยังไม่หมดยังมีสรรพคุณในการบำรุงหัวใจอีกด้วย  ประสาท  และผิวพรรณ ช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร   แก้อักเสบ แก้ปัญหาการนอนไม่หลับ ในตำราของแพทย์จีน แต่ว่าการที่เรานั้นต้องกินถึง 40-50 กิโลกรัมต่อ 1 ครั้งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก และได้มีทางคณะแพทย์มหาลัยเชียงใหม่นั้นไดทำเกี่ยวกับการที่สกัดออกมาเป็นแบบเครื่องดื่มที่เรานั้นรับประทานกันง่าย 

ลำไยนั้นช่วยอะไรจากภายในสู่ภายนอก 

  • สารที่ต้านอมูลอิสระที่ช่วยในเรื่องการป้องกันความเครียดระดับเซลล์หรือว่าขบวนการอักเสบอันเป็นที่มาของความเสื่อมและโรค เช่น มะเร็ง  โรคหลอดเลือดและหัวใจ 
  • ทำให้ลดการเม็ดสีลดการหมองคล้ำของสีผิว ซึ่งจะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระลดการอักเสบของหลอดเลือดและช่วยลดความดัน
  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการเรื่องยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย 
  • เป็นกรดอะมิโนที่ทำหน้าที่เป็นสารสื้อประสารทในระบบประสาทส่วนกลาง เพื่อที่จะรักษาความสมดุลของสมองและร่างกายจึงทำให้เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นหลับสบายไม่เครียด
  • คอริลาจิน นั้นมีฤทธิ์ต้านความอักเสบที่สัมพันธ์กับขบวนการอักเสบนั้นได้ 

เห็นไหมค่ะว่าการที่เรานั้นกินลำไยนั้นช่วยให้เรานะมีสุขภาพที่ดีแต่ว่าการที่เรานั้นกินมากเกินไปนั้นก็ทำให้เรานั้นรู้สึกได้ว่าจะมีอาการนั้นเจ็บคอ และตามมาด้วยการที่เรานั้นไม่สบาย เพราะว่าเรานั้นกินเข้าไปเยอะดังนั้นการที่เรานั้นกินลำไยก็ควรที่จะกินแค่พอประมาณไม่ต้องกินเยอะเพราะว่าคุณประโยชน์นั้นอยู่ในสารสกัดที่เข้มข้นที่ทางมหาลัยเชียงใหม่นั้นได้ทำการสกัดออกมาเพื่อที่ให้เรานั้นกินได้ง่ายมากยิ่งขึ้นไปอีก

เพราะว่าคุณประโยชน์นั้นก็ได้อยู่นั้นขวดเป็นที่เรียบร้อยโดยที่เรานั้นไม่ต้องไปแกะเปลือกกินเองต่อไปเพราะว่าทางมาลัยนั้นได้ทำแบบสำเร็จรูปนั้นออกมาอย่างเรียบร้อยแล้วอีกอย่างนั้นถ้าเรากินเราก็จะนอนหลับได้ดี  ลดระดับความดันโลหิต  ไม่ส่งผลเสียต่อการทำงานของตับและไต ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการลดอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ และทำให้เรานั้นนอนหลับสบาย อีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอย เว็บไหนดี

ออกกำลังกายด้วยการกระโดดตบ

การออกกำลังกายนั้นคือการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้ร่างกายนั้นได้เผาผลาญพลังงานนั่นเอง แล้วรู้หรือไม่ว่าการกระโดดตบนั้นเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่สามารถช่วยในการเผาผลาญพลังงานและยังสามารถช่วยลดความอ้วนกระชับสัดส่วนได้ดีอีกด้วย โดยการกระโดดตบนั้นจะมีการกระโดดตบอยู่หลาย

วิธีซึ่งแต่ละจุดประสงค์ในการกระโดดตบนั้นก็จะมีวิธีการกระโดดตบที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง โดยการกระโดดตบนั้นไม่ว่าจะกระโดดตบด้วยจุดประสงค์อะไร การกระโดดตบที่ถูกต้องจะต้องมีการสวมใส่รองเท้าที่ความพอดีเท้าและกระชับเท้าด้วย เพราะถ้าหากรองเท้าหลวมไปหรือแน่นไปก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ข้อเท้าขณะกระโดดตบได้นั่นเอง และการกระโดดตบอาจจะต้องมีการวอร์มร่างกายด้วยการยืดแข้งยืดขาก่อนด้วย การกระโดดตบยั้ยจะต้องยืนให้ขาทั้งสองข้างกลางออกให้กว้างกว่าลำตัวเพื่อที่จะให้เวลากระโดดเข้ามานั้นเท้าจะชิดกันพอดีนั่นเอง และจะต้องยืนให้มั่นคงเพื่อที่เวลากระโดดไม่ทำให้โซเซและล้ม

โดยจะแบ่งเป็นการกระโดดตบเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อและร่างกาย การกระโดดตบเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงนั้นไม่จำเป็นจะต้องกระโดดตบเร็ว แต่จะเป็นการกระโดดตบช้าๆ และมีการนับจังหวะลมหายใจเข้าออกและมีการเกร็งหน้าท้อง คอ แขนและขาด้วย โดยในการเกร็งนั้นจะเป็นการทำให้กล้ามเนื้อนั้นได้ใช้พลังงานและทำให้ส่วนของกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงขึ้นด้วยนั่นเอง และระยะเวลาในการกระโดดตบนั้น ควีใช้ระยะเวลาในการกระโดดตบอย่างน้อย 20-30นาที และมีการพักยกระหว่างกระโดดอย่างน้อย 4-5ครั้ง เพื่อให้กลามเนื้อได้พักด้วย เพราะมิเช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อจากการเกร็งในเวลาที่นานก็ได้

ส่วนต่อมาจะเป็นการกระโดดตบเพื่อกระชับสัดส่วน การกระโดดตบเพื่อกระชับสัดส่วนนั้นจะเป็นการกระโดดตบในระดับความเร็วปานกลาง มีการเกร็งหน้าท้องแต่อาจจะไม่ต้องเก็งคอ แขนและขามากนัก แต่จะต้องกระโดดตบในระดับความเร็วปานกลางอย่างต่อเนื่อง มีการกำหนดลมหายใจเข้าออกเช่นกันและควรจะทำอย่างต่อเนื่องครั้งละ 10-15นาที การกระโดดตบเพื่อกระชับสัดส่วนนั้นจะเป็นการกระโดดตบที่ไม่มีการพัก เพื่อให้สัดส่วนต่างๆของเรานั้นได้ทำงานอย่างเต็มที่นั่นเอง โดยการกระโดดตบนั้นจะสามารถช่วยกระชับสัดส่วนได้ทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นเอว ขาและแขนนั่นเอง

และส่วนสุดท้ายคือการกระโดดตบเพื่อลดความอ้วน โดยจุดประสงค์ในการลดความอ้วนนั้นคือการที่เราจะเอาไขมันออกจากร่างกาย ดังนั้นถ้าหากต้องการที่จะเผาผลาญไขมันนั้น จะต้องกระโดดตบอย่างน้อย 30-40 นาทีต่อครั้งและจะต้องกระโดดตบในจังหวะช้าสลับเร็วเพราะการกระโดดตบแบบช้าสลับเร็วนั้นจะช่วยในการเผาผลาญไขมันที่ดีนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  หวยลาวจ่ายบาทละเท่าไร

เทคนิคที่จะช่วยให้เราหลับได้เร็วขึ้น

        เชื่อว่าหลายคนเมื่อมีอายุมากขึ้นการนอนหลับพักผ่อนการจะหลับยากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าบางครั้งอยากจะนอนหลับ และมีความรู้สึกง่วงมากแค่ไหน แต่บางทีพอหัวถึงหมอนความง่วงก็หายไปทันที ทำให้กว่าจะนอนหลับได้ต้องผ่านไปจนดึกดื่นค่อนคืน แล้วพอตื่นเช้าก็ง่วงและเพลียทำให้มีปัญหาการทำงานไม่ได้มีประสิทธิภาพมากเท่าที่ควรเพราะง่วงนอนในตอนกลางวันแทน

ดังนั้นเราจะมาหาเทคนิคเคล็ดลับต่างต่างกันดูว่าทำอย่างไรได้บ้างที่เราจะนอนหลับได้เร็วขึ้นเพื่อที่เราจะได้พักผ่อนได้เพียงพอแล้วตื่นเข้ามาจะได้รู้สึกสดชื่นไม่เพลียและพร้อมที่จะทำงานให้ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไปอีก

 บางคนก่อนจะนอนนั้นก็มักจะทำงานบนที่นอนเอา Notebook มาทำอ่านหนังสือบนที่นอนซึ่งวิธีการนี้ไม่สมควรอย่างยิ่งเพราะฉะนั้นหากอยากนอนหลับให้เร็วขึ้นเราจึงควรใช้เตียงนอนเอาไว้สำหรับนอนเท่านั้นไม่ควรเอางานขึ้นมาทำบนเตียงแล้วที่สำคัญการจัดห้องนอนของเราควรจัดห้องให้มีอากาศถ่ายเทสะดวกและมีการจตุรภูมิของห้องไม่ให้ร้อนจนเกินไปหรือไม่ให้หนาวเย็นจนเกินไปก่อนที่เราจะเข้านอนนั้นเราควรทำจิตใจให้สงบไม่ควรที่จะนำเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวใดๆมาคิดเพราะถ้าเกิดเรามัวแต่คิดก็จะเกิดความเครียดและจะทำให้เรานอนไม่หลับหากเป็นไปได้การทำจิตใจสงบนั้น

ก็ควรจะเป็นการนั่งสมาธิหรือจะสวดมนต์ก่อนนอนก็ได้เมื่อใจเราไม่ต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องอะไรแล้วก็จะทำให้เรานอนหลับได้เร็วขึ้นสำหรับเรื่องของทีวีมือถือเราควรจะมีการปิดการสื่อสารพวกนี้ทั้งหมดโดยเฉพาะทีวีหากไม่จำเป็นจริงๆเราไม่ควรมีทีวีไว้ในห้องนอนควรจะดูอยู่ที่ห้องรับแขกเท่านั้นส่วนห้องนอนเอาไว้สำหรับการพักผ่อนอย่างเดียว

เพราะถ้าเกิดเรามีทีวีอยู่ในห้องนอนเราก็จะมักจะเปิดทีวีทิ้งเอาไว้และทำให้เราสนใจทีวีจนลืมเวลานอนเลยก็ได้ส่วนโทรศัพท์มือถือนั้นเราก็ปิดก่อนนอนเพื่อที่จะได้ไม่มีใครมารบกวนเวลานอนของเรารวมถึงเราจะได้ไม่ต้องมัวแต่สนใจโลกโซเชียลจนลืมเวลานอนเช่นเดียวกันและถ้าหากอยากนอนหลับอย่างสบายไร้กังวลให้เราเปิดเพลงดนตรีฟังเบาๆ

พอในขณะที่เราดับไปด้วยโดยเน้นเป็นพวกเพลงที่เป็นเพลงบรรเลงจะดีที่สุดเพราะจะทำให้เราเคลิ้มหลับได้ง่ายและอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำเป็นประจำทุกวันเลยก็คือการเข้านอนให้ตรงเวลาเช่นเราจำเป็นต้องเข้านอนทุกวันก่อน 22:00 นก็จะต้องเข้านอนเวลานี้เป็นประจำทุกวันเพื่อให้ร่างกายของเราชินกับการเข้านอนเวลานี้เมื่อถึงเวลา 22:00 นตั้งใจจะมีการกำหนดตัวเองว่าถึงเวลาที่เราจะนอนแล้วแล้วจะทำให้เราง่วงนอนเร็วขึ้น 

      ที่เป็นเพียงขั้นตอนและเทคนิคง่ายๆที่เราสามารถที่ทำได้โดยไม่ต้องเสียอะไรเลยและจะทำให้เราสามารถนอนหลับสบายและหลับได้เร็วขึ้นอย่างที่ใจเราต้องการตื่นเช้ามาเราก็จะได้ไม่รู้สึกเพลียอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ผลกระทบของการติดเชื้อเอชไอวี

ผลกระทบจากการที่ได้รับเชื้อเอชไอวีมานั้น มีอย่างมากจริงๆที่ส่งผลกระต่อทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยโรคนี้กันอย่างมาก เพราะบางคนที่รับเชื้อมานั้น อาจจะมีการตั้งครรภ์อยู่ก็ได้ จึงทำให้เด็กสามารถที่จะรับเชื้อจากส่วนของตรงนี้เช่นกัน การใช้เข็มร่วมกันไม่ว่าจะเป็นสารเสพติด การเจาะหู การสัก การฉีดยาหรือสิ่งต่างๆ ที่มีการใช้เข็มร่วมกับผู้ที่มีเชื้อก็สามารถทำให้บุคคลที่ใช้ของร่วมกัน เสี่ยงในการติดเชื้ออย่างมากเช่นกันและเราก็ไม่สามารถที่จะทราบได้ด้วยว่าบุคคลไหนติดเชื้อมา ได้รับเชื้อมา ฉะนั้นการดูแลเอาใจใส่ตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและควรทำอย่างมากๆ

ผลกระทบที่มีความเสี่ยงค่อนข้างรุนแรง

การที่ติดเชื้อเอชไอวีนั้น ถ้าหากเราไปตรวจพบเชื้อช้า อาจจะทำให้เข้ารับการรักษาของเรามีความนานยิ่งขึ้น เพราะตัวเชื้อเอชไอวีนั้น อาจจะแพร่กระจายในร่างกายของผู้ป่วยและทำให้ส่วนต่างๆของเรากายผู้ป่วยนั้น มีความผิดปกติไปอย่างมาก น้ำหนักตัวจะลดลงอย่างมาก จะมีอาการป่วยหรือเป็นไข้บ่อยๆเป็นซ้ำๆ มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย มีความรู้สึกปวดหัว มีผื่นขึ้นตามร่างกาย ต่อมน้ำเหลืองอาจจะโตขึ้นตรงบริเวณคอ ถ้าหากเรารู้จักการไปตรวจสุขภาพ ไปเช็คร่างกายถ้ารู้ถึงความผิดปกติหรือรู้ว่าตัวเรานั้น มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีนั้น

ก็สามารถที่จะไปตรวจเลือดได้เลยว่ามีการติดเชื้อรึเปล่า เพราะการที่เรารู้เร็วเท่าไหร่ก็จะทำให้การรักษาง่ายยิ่งขึ้น เพราะการที่เราได้รับการรักษาที่รวดเร็วอาจจะทำให้ร่างกายของเรามีการตอบสนองมากยิ่งขึ้น เพราะระบบการทำงานของร่างกายของเราอาจจะถูกเชื้อเอชไอวีทำลายไม่มาก ฉะนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อการรักษาอย่างมากๆ แต่ถ้าหากว่าเราเข้ารับการรักษาช้าอาจจะส่งผลกระทบในร่างกายของเราอย่างมาก

โดยเชื้ออาจจะมีการแพร่กระจายยังส่วนต่างๆของร่างกายเราได้ จึงทำให้เกิดการแทรกซ้อนของโรคบางอย่างได้เช่นปอดอักเสบ ฉะนั้นผู้ป่วยที่เป็นเอดส์หรือบุคคลที่เชื้ออชไอวีถือว่ามีความเสี่ยงขั้นรุนแรงอย่างมาก ในการปอดอักเสบและการรักษาจะต้องมีความละเอียด มีความถูกต้องในการรักษาไปตามขั้นตอน ฉะนั้นอาจจะทำให้การรักษามีความนานพอสมควร เราะเราจะต้องรับการรักษาที่หายขาด ฉะนั้นจะต้องมีการใช้เวลาในการรักษาโรคนี้อย่างมาก เพื่อที่จะให้ผู้ป่วย ได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีสติในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้นอีกด้วยเช่นกัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

โซเดียมในน้ำประปา

โซเดียมในน้ำประปา
“กรมอนามัย” แจงยังกินน้ำประปาได้ ถึงแม้มีรสกร่อย ไม่ก่อเหตุโซเดียมเกิน ส่วนคนป่วยโรคไตไม่สมควรรับโซเดียมเพิ่มเลย แนะบางทีอาจซื้อน้ำอัดลมดื่มแทนก่อน

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เอ่ยถึงกรณีสภาวะแล้งน้ำทะเลหนุนสูง ก่อให้เกิดปัญหาประปาเค็ม จนถึงมีข้อเสนอให้กินน้ำขวดแทนไปก่อน โดยยิ่งไปกว่านั้นคนสูงอายุหรือผู้ป่วยโรคไต บางทีอาจรับโซเดียมมากเกินความจำเป็น ว่าคนที่บริโภคน้ำก๊อกเสมอๆ บางครั้งก็อาจจะรับทราบถึงรสที่ไม่ดีเหมือนปกติที่ดื่ม โดยความเค็มดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมาจากเกลือโซเดียมคลอไรด์หรือเกลือทะเลที่ใช้ประกอบอาหาร ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดค่าแนะนำเพื่อความน่าดื่มและการยอมรับของผู้บริโภคไว้

ในน้ำก๊อก ควรจะมีค่าโซเดียมไม่เกิน 200 มก.ต่อลิตร และคลอไรด์ไม่เกิน 250 มก.ต่อลิตร แต่ว่าถ้าเกิดปนในน้ำเยอะเกินไปจะก่อให้น้ำมีรสกร่อยถึงเค็มได้ ซึ่งทางโภชนาการและการแพทย์ชี้แนะว่า มนุษย์ควรจะรับโซเดียมไปสู่ร่างกายไม่เกิน 2,000 มก.ต่อวัน โดยปัจจุบันนี้น้ำก๊อกมีโซเดียมราวๆ 100-150 มก.ต่อลิตร ก็เลยไม่มีทางเป็นไปได้ที่คนธรรมดาจะกินน้ำประปาจนได้รับโซเดียมเกินกว่าที่ระบุ

พญ.พรรณพิมล พูดว่า ความเค็มจากประปาบางทีอาจเพิ่มโซเดียมไปสู่ร่างกายต่อวันในจำนวนนิดหน่อยเพียงแค่นั้น ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่ว่าบางทีอาจจะมีผลต่อผู้มีความเสี่ยงที่จำเป็นต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษเป็นคนป่วยโรคไต เนื่องจากว่าถ้าเกิดกินน้ำน้ำประปาที่มีความเค็มจะมีผลให้ได้รับโซเดียมมากขึ้นจากธรรมดาได้ เพราะฉะนั้น ในตอนที่น้ำประปาเค็ม ผู้ป่วยโรคไตที่รับบริการฟอกไตที่โรงพยาบาลไม่ต้องวิตกกังวล เนื่องจากว่าโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศมีระบบการกรองแบบ Reverse Osmosis (RO) ที่ตามมาตรฐานแล้วก็มีคุณภาพ มั่นอกมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย

สำหรับคนธรรมดาทั่วๆ ไป การกินน้ำกร่อยบางทีอาจได้รับโซเดียมเสริมเติมจากธรรมดา ควรต้องลดจำนวนสารปรุงแต่งของกินที่มีความเค็มลง ไม่ว่าจะเป็น เกลือ น้ำปลา ซีอิ้ว ซอสแต่งรส ผงแต่งรส งดเว้นการบริโภคของกินที่มีโซเดียมสูง ขนมกรุบกรอบ มันฝรั่งทอด หรือกลายเป็นใช้น้ำบรรจุขวด ปิดสนิทแทนซึ่งจะเกิดผลดีต่อร่างกายด้วย

“คนธรรมดาทั่วๆ ไปไม่มีอะไรน่าวิตก เนื่องจากว่าไตปฏิบัติงานได้ปกติ สามารถขับของเสียออกมาได้ แม้กระนั้นที่จำต้องตื่นตระหนก คือ คนป่วยโรคไต เนื่องมาจากไตทำงานได้ลดลง การกำจัดเกลือก็จะน้อยตามไปด้วย แล้วก็มีการเสี่ยงภาวการณ์ไตวายได้ ด้วยเหตุนั้น ผู้เจ็บป่วยโรคไตไม่สมควรรับเกลือไปสู่ร่างกายอยู่แล้ว อย่างคนสามัญยอมรับได้วันละไม่เกิน 1 ช้อนชา คนป่วยไตจำต้องได้รับน้อยกว่านั้นมาก แพทย์จะเสนอแนะเลยว่า ไม่สมควรรับประทานของเค็ม แต่ว่าก็ขึ้นกับภาวะไตของแต่ละบุคคล” พญ.พรรณพิมล กล่าว

อธิบดีกรมอนามัย บอกว่า คนไข้โรคไตจึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำประปา หรือบางทีอาจใช้ที่กรอง แม้กระนั้นก็จะราคาแพงกว่า เนื่องจากเครื่องกรองน้ำธรรมดาจำนวนมากกรองตะกอน สิ่งแปดเปื้อนอื่นๆไม่อาจจะกรองความเค็มได้ ด้วยเหตุว่าละลายในน้ำราวกับเกลือทะเล จะต้องใช้เครื่องกรองน้ำ Reverse Osmosis (RO) แต่ว่าราคาแพงมาก ทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไข้โรคไต ควรจะซื้อน้ำขวดดื่มจะดีกว่า

แนวคิดของการลดน้ำหนัก

หากคิดที่จะลดน้ำหนัก สิ่งที่ควรมีคือ วินัย ในการเลือกทานอาหารและออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเราเอง จึงจะสามารถลดน้ำหนักได้อย่างประสบความสำเร็จ บางครั้งน้ำหนักที่ลดลง อาจจะเกิดจากน้ำที่หายไปจากร่างกาย หรือมวลกล้ามเนื้อหายไป เพราะการทานอาหารที่ไม่เพียงพอและออกกำลังกายแบบหักโหม จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการออกกำลังกายที่นอกเหนือจากการที่เรามีรูปร่างที่ดีขึ้นแล้ว ยังส่งผลหรือช่วยให้เราเป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง อัลไซเมอร์ โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคอื่นๆ ได้ช้าลง

น้ำหนักตัวของเรานั้น คือ แรงที่เกิดจากอัตราเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก (gravitational acceleration; g) กระทำต่อมวลวัตถุหรือตัวเรา ตามหลักการทางฟิสิกส์ แสดงว่าการลดน้ำหนักนั้นไม่ยากเลย วิธีการที่ง่ายที่สุดในการทำให้น้ำหนักเราลดลงโดยไม่ต้องทำอะไรเลย คือ ย้ายไปอาศัยบนดาวดวงอื่น ที่มีแรงกระทำต่อตัวเราน้อยกว่าสมมติถ้าน้ำหนักเรา ชั่งบนโลกได้ 50 กิโลกรัม หากอยู่บนดาวอื่นๆ เราจะหนัก

• 8.28 กก.บนดวงจันทร์

• 45.55 กก. บนดาวศุกร์

• 19 กก. บนดาวอังคาร

• 3.5 กก. บนดาวพลูโต

แต่นี่ก็เป็นความคิดที่เป็นเรื่องของอนาคตเท่านั้น เพราะในตอนนี้เรายังเดินทางไปอาศัยบนดาวดวงอื่นไม่ได้ และอาจจะไม่สามารถเป็นจริงได้เช่นกัน ดังนั้นผู้ที่มีความกังวลในเรื่องของน้ำหนักส่วนเกิน ยังคงต้องพึ่งพาการออกกำลังกายโดยต้องรักษาวินัย รวมถึงวินัยในการรับประทานอาหารต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็ยังคงต้องสู้ต่อไป โดยเฉพาะการต่อสู้กับอาหารที่แสนอร่อยบนโลกนี้

เป้าหมายของการมีรูปร่างที่ดีนั้น สำหรับทุกคน คงไม่เหมือนกัน ในผู้ที่มีน้ำหนักน้อย แต่รูปร่างไม่ได้สัดส่วนแบบที่ต้องการ บางคนที่น้ำหนักเกินก็ต้องการมีรูปร่างที่สวยงามขึ้น และบางคนที่มีอาชีพ มีเป้าหมายอื่นๆ ดังนั้นการออกกำลังกายหรือลดน้ำหนักก็เป็นความพอใจส่วนบุคคล หลายคนพบว่า หลังเข้าคอร์สดูแลรูปร่าง น้ำหนักกลับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม แต่มีรูปร่างที่ดีขึ้น จนเสมือนว่าผอมลง เพราะมีมวลกล้ามเนื้อเข้ามาแทนที่มวลไขมันที่หายไป แต่สำหรับบางคนนั้น การลดน้ำหนัก ต้องการลดเพียงแค่มวลไขมันเท่านั้นสิ่งเหล่านี้จึงควรปรึกษาแพทย์เพราะภายในร่างกายของแต่ละคนมีความเฉพาะเจาะจงนั่นเอง

คุณกำลังขาดฮอร์โมนเหล่านี้รึเปล่า ลองสังเกตดู

ฮอร์โมนก็เหมือนกับปุ๋ย ปุ๋ยสำคัญกับต้นไม้เพราะให้แร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ฮอร์โมนก็ความสำคัญต่อร่างกายเช่นนั้นเหมือนกัน ฮอร์โมนที่เรารู้จักกัน เช่น โกรทฮอร์โมนที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต และฮอร์โมนอื่นๆ ที่ช่วยทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างสมบูรณ์ปกติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นฮอร์โมนเหล่านี้ก็จะลดลง ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอด ร่างกายเราก็จะเสื่อมสภาพลงไป และมีอาการบ่งบอกว่าร่างกายกำลังขาดฮอร์โมน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายเริ่มขาดฮอร์โมนชนิดใด และมีอาการอย่างไร

ฮอร์โมนพื้นฐานที่ควรทำความรู้จัก และอาการเมื่อขาดฮอร์โมนชนิดต่างๆ

• โกรทฮอร์โมน เป็นฮอร์โมนที่ช่วยสร้างและพัฒนาเซลล์ให้เจริญเติบโต ในวัยเด็กโกรทฮอร์โมนจะมีผลต่อการเจริญเติบโต ช่วยเร่งความสูง ส่วนในผู้ใหญ่โกรทฮอร์โมนจะมีส่วนช่วยในการชะลอความชรา ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ระบบกล้ามเนื้อและการเผาผลาญ
>>อาการที่บ่งบอกว่ากำลังขาดฮอร์โมนชนิดนี้ ถ้าเกิดขึ้นในเด็กจะเห็นได้ชัดว่าเด็กไม่สูงขึ้น ผอมด้วยกล้ามเนื้อไม่เจริญเติบโต ส่วนในวัยผู้ใหญ่ผิวพรรณจะเริ่มเหี่ยวย่น ผมบาง ภูมิคุ้มกันแย่ลง ไม่กระฉับกระเฉง กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง

• ฮอร์โมนเพศหญิง คือ ฮอร์โมนเอสโทรเจนผลิตขึ้นในรังไข่ เป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการเจริญพันธุ์ และควบคุมลักษณะต่างๆ ของผู้หญิง เช่น การมีหน้าอก ผิวพรรณกระจ่างใสเปล่งปลั่ง เรียกว่าเป็นฮอร์โมนของความสาว นอกจากนี้ในรังไข่ยังผลิตฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน คือ ฮอร์โมนในการตั้งครรภ์ ไว้คอยทำหน้าที่ควบคุมรอบเดือน ให้เป็นปกติ รวมไปถึงควบคุมภาวะตั้งครรภ์
>>อาการที่บ่งบอกว่ากำลังขาดฮอร์โมนเหล่านี้ คือ หากฮอร์โมนเพศหญิงไม่สมดุลสำหรับวัยเจริญพันธุ์ จะทำให้เกิดอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) เช่น สิวขึ้น ท้องอืด อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้าง่าย และอาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก สำหรับหญิงวัยกำลังหมดประจำเดือนหรือวัยทอง ฮอร์โมนเพศหญิงจะต่ำลงมาก ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออก ความจำแย่ อารมณ์ฉุนเฉียว กระดูกบาง ผิวเหี่ยว

• ฮอร์โมนเพศชาย คือ เทสโทสเทอโรน มีส่วนช่วยกระตุ้นลักษณะเฉพาะของเพศชาย สิ่งที่แสดงถึงความเป็นชายมากขึ้น เช่น หนวดเครา เสียงทุ้ม กระตุ้นการผลิตไขมันที่ผิวหนัง ช่วยเพิ่มมวลกระดูก
>>อาการที่บ่งบอกว่ากำลังขาดฮอร์โมนชนิดนี้ คือ จะทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง ความแข็งแรงกล้ามเนื้อลดลง การตัดสินใจช้าลง
• ฮอร์โมนไทรอยด์ หรือต่อมไทรอยด์ มีส่วนช่วยในการควบคุมระบบเผาผลาญของร่างกาย ระดับอุณหภูมิของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระดับไขมันในเลือด รวมทั้งอารมณ์และความรู้สึก
>>อาการที่บ่งบอกว่ากำลังขาดฮอร์โมนชนิดนี้ คือ จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม ท้องผูกบ่อย รู้สึกอ่อนเพลียง่าย

• ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต จะผลิตดีเอชอีเอ และคอร์ติซอล คือ ดีเอชอีเอ จะช่วยต้านความเครียด มีส่วนช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย กระตุ้นความรู้สึกทางเพศและอาจชะลอความเสื่อมของร่างกาย ฮอร์โมนคอร์ติซอลช่วยต่อสู้กับความเครียดที่ร่างกายสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ และร่างกายจะผลิตฮอร์โมนชนิดนี้ขึ้นมามากๆ เลย ในตอนเช้า เพื่อช่วยให้ร่างกายสร้างพลังงานได้เต็มที่ก่อนใช้ชีวิตในทั้งวัน นอกจากนี้ฮอร์โมนคอร์ติซอลยังมีหน้าที่กระตุ้นความดันโลหิตให้สูงขึ้น ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เพื่อให้สามารถฝ่าฟันเรื่องต่าง ๆ ระหว่างวันได้ แต่ฮอร์โมนนี้จะถูกลดลงเหลือเพียง 10% เท่านั้นในช่วงเย็น
>>อาการที่บ่งบอกว่ากำลังขาดฮอร์โมนเหล่านี้ คือ หากร่างกายเกิดความเครียดสะสมหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ระดับฮอร์โมนดีเอชอีเอและฮอร์โมนคอร์ติคอร์ติซอลจะต่ำลง ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ง่วงนอน ขาดความกระตือรือร้น เกิดอาการอ่อนเพลียตลอดทั้งวัน ซึมเศร้า การเผาผลาญในร่างกายลดลง ภูมิต้านทานลดลง

• ฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำหน้าที่ช่วยในเรื่องของการนอนหลับพักผ่อน ผ่อนคลาย เพราะจะส่งผลต่อการนอนหลับ ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายทำให้ร่างกายสามารถนอนหลับได้ดี โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในความมืดฮอร์โมนนี้จะกระตุ้นออกมาได้ดี
>>เมื่อร่างกายขาดฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้นอนหลับยาก นอนหลับไม่ดี หลับไม่ลึก ตื่นไม่สดชื่น